พระวิเชียรกวี(หลวงปู่ฉัตร อินฺทสุวณฺโณ) พระภาวนาโกศลเถร (หลวงปู่เอี่ยม สุวณฺณสโร) พระสุนทรศีลสมาจาร (หลวงปู่ผล  คุตฺตจิตฺโต)
พระวิเชียรกวี
(ฉัตร อินฺทสุวณฺโณ)
พระภาวนาโกศลเถร
(เอี่ยม สุวณฺณสโร)
พระสุนทรศีลสมาจาร
(ผล  คุตฺตจิตฺโต)
เจ้าอาวาสรูปที่ ๖ เจ้าอาวาสรูปที่ ๕ เจ้าอาวาสรูปที่ ๗
   พระธรรมศีลาจารย์ (สุกรี สุตาคโม)
       ก่อนที่วัดจะได้สถาปนาเป็นพระอารามหลวง ไม่ปรากฏหลักฐาน เรื่องลำดับการปกครอง ทราบแต่เพียง ช่วงก่อนเวลาที่วัด จะได้สถาปนาเป็นพระอารามหลวงไม่นาน โดยมีลำดับการปกครองดังนี้:-
     ๑. พระนิโรธรังสี
     ๒. พระโพธิวงศาจารย์(ขาว)
     ๓. พระราชกวี(มุ้ย)
     ๔. พระครูสังยุตตินทรีย์(ทอง)
     ๕. พระภาวนาโกศลเถร(เอี่ยม) สุวณฺณสโร
     ๖. พระวิเชียรกวี(ฉัตร) อินฺทสุวณฺโณ
     ๗. พระสุนทรศีลสมาจาร(ผล) คุตฺตจิตฺโต
     ๘.  พระธรรมศึลาจารย์ (สุกรี สุตาคโม)
     ๙. พระวิเชียรโมลี (ขวัญชัย นิติสาโร ป.ธ.๙)
          เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน
พระวิเชียรโมลี (ขวัญชัย นิติสาโร ป.ธ.๙) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน
 
๑. พระนิโรธรังสี   เจ้าอาวาสรูปที่ ๑

      เจ้าอาวาสองค์แรกว่าเป็นพระราชาคณะมีราชทินนามว่า พระนิโรธรังสี ชื่อเดิมว่ากระไรเป็น บุตรใคร ชาติอะไร ภูมิลำเนาอยู่ที่ไหน ไม่ทราบ เป็นเจ้าอาวาสครองวัดมาตั้งแต่วัดยังเป็นวัดราษฎร์ ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ ในฝ่ายวิปัสสนาธุระ ทำนองจักเป็นที่เคารพนับถือของราชนิกูลสาย บ้านวัดหนังมาก่อน ครั้นวัดได้สถาปนาเป็นพระอารมหลวงแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรด พระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ
 
๒. พระโพธิวงศาจารย์ (ขาว)เจ้าอาวาสรูปที่ ๒
      พระโพธิวงศาจารย์ (ขาว)ว่าภูมิลำเนาเดิมอยู่จังหวัดพัทลุง เข้ามาศึกษาคันถธุระอยู่สำนักสงฆ์วัดหงส์ ภายหลัง มาอยู่วัดราชโอรส เป็นพระราชาคณะเปรียญ ๖ ประโยค มีราชทินนามว่าพระญาณไตรโลก ภายหลัง ทรงพระกรุณาโปรดให้มาครองวัดหนังเลื่อนขึ้นเป็นพระโพธิวงศาจารย์ ยุคท่านพระนิโรธรังสี แลท่านพระโพธิวงศาจารย์ ครองวัด เป็นเวลากำลังเจริญ การศึกษายังเป็นไปด้วยดี ปูชนียสถาานแลเสนาสนะ แม้จักชำรุดบ้าง ก็คงไม่มาก เพราะเป็นของทำใหม่ย่อมมีคุณภาพทนทานทั้งทางราชการก็ยังเอาใจใส่ปฏิสังขรณ์อย
๓. พระราชกวี (มุ้ย) เจ้าอาวาสรูปที่ ๓
      พระราชกวี (มุ้ย) เป็นบุตรนายจันทร์ ชาติไทย ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ตำบลโคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร อุปสมบท ณ วัดหนัง ศึกษาคันถธุระในสำนักวัดหงส์บ้าง ในสำนักพระโพธิวงศาจารย์ บ้าง สอบไล่พระปริยัติธรรม ได้เปรียญธรรม ๔ ประโยค ต่อมาทรงพระกรุณาโปรด พระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะที่พระราชกวี แลเป็นเจ้าอาวาสวัดหนัง ยุคท่านพระราชกวีนี้ วัดได้เสื่อมลงเป็นลำดับ ทั้งนี้เข้าใจว่า คงจะไม่ใช่เป็นเพราะ ปฏิปทาของเจ้าอาวาสส่วนเดียว น่าจะเป็นโทษแห่งยุคมากกว่า ไม่ว่าวัดไหน ๆ ดูโทร ๆ ลงตามกันทั้งปูชนียสถาน ทั้งเสนาสนะ สร้างมาหลาย ๑๐ ปี ก็หมดยางไม้ยางปูนเข้าทำนองที่ว่าซ่อมข้างหน้าข้างหลังพัง การบวชการเรียนเล่า ก็มีระยะเจริญแลเสื่อมสลับกัน ถึงความเจริญก็เป็นไปอย่างพรั่งพรู อุปัชฌาย์อาจารย์ รับบวชรับสอนไม่ไหว ถึงคราวเสื่อม ก็เงียบเชียบไม่ใคร่มีใครบวชเรียน มูลเหตุแห่งความเจริญแลความเสื่อมของวัดมีหลายแง่หลายสาย เกิดขึ้นแล้วก็รวมรุมประดากันเข้า ก่อความนิยมวัดหรือทำลายความนิยมวัด ซึ่งแต่ละแง่แต่ละสาย มีพลานุภาพ อิทธิพลเหลือหลาย ข้อที่จะพึงเห็นได้ว่ามิใช่เป็นความอ่อนแอ ของเจ้าอาวาสแต่ฝ่ายเดียว คือทั้งวัดหนังวัดนางนอง แลวัดราชโอรส ซึ่งวัดหนึ่ง ๆ เคยมีพระบวชอยู่จำพรรษา มีปริมาณถึงเรือนร้อยลดเหลือเพียง ๒๐-๓๐ รูป หรือน้อยกว่านั้น นักศึกษาคันถธุระหมดทั้ง ๓ วัด นอกจากเจ้าอาวาสแล้วหาพระเปรียญ สักรูปเดียวก็ไม่มี วัดในบึงในบางทำเนาเถิด แม้วัดใหญ่ ๆ ภายในกำแพงพระนคร ก็โทรม ๆ ลงประดุจกัน
๔. พระครูสังวรยุตตินทรีย์ (ทอง) เจ้าอาวาสรูปที่ ๔
       พระครูสังวรยุตตินทรีย์ (ทอง) เป็นบุตรนายแจ่ม นางจีด ชาติไทย ภูมิลำเนาเดิมอยู่ในตำบลคุ้งเผาถ่าน อำเภอบางขุนเทียน จังหวัดธนบุรี อุปสมบทที่วัดหนัง พระราชกวี (มุ้ย) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระวิสุทธิโสภณ (โล้) วัดนางนอง กับพระปลัดยา วัดราชโอรส เป็นคู่กรรมวาจาจารย์ เดิมเป็นพระปลัดฐานานุกรมในพระราชกวี มรณภาพ พ.ศ. ๒๔๔๘
 
     
  หน้าถัดไป